Yearly Archives:2016

Byadmin

จดขอใบอนุญาต

province-permit-slide

ใบอนุญาตโรงงาน ท่องเที่ยว ใบอนุญาต อย.และ สคบ. วีซ่าแปลเอกสาร

บริการยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงงาน ท่องเที่ยว ใบอนุญาต อย.และ สคบ. ขอวีซ่า work permit รับแปลเอกสารทุกภาษา

บริการของเรา

check-003จดขอใบอนุญาตการท่องเที่ยว

check-003ขอใบอนุญาตทำงาน(Work Permit)

check-003จดขอใบอนุญาตจำหน่ายสุราบุหรี่

check-003เปลี่ยนVISA

check-003จดขอใบอนุญาตโรงงาน

check-003บัตรนำเข้า-ส่งออก

check-003จดขอใบอนุญาตจัดหางาน

check-003จดขอใบอนุญาตองค์กรอาหารและยา(อย.)

check-003จดขอใบอนุญาตขายตรง

check-003จดขอใบอนุญาตประกอบร้านอาหาร

check-003จดขออนุญาตกรมประมงเพื่อส่งออก

check-003จดขอใบอนุญาตกรมวิชาการเกษตรเพื่อส่งออก

check-003กรมศุลกากร(Paper Rate)

check-003สคบ.(ตลาดธุรกิจแบบตรง)

check-003เครื่องหมายการค้า

check-003ขอแพลนการ์ด

Byadmin

จดทะเบียนธุรกิจ

province-regis-slide

การประกอบธุรกิจการค้าอาจดำเนินการได้หลายรูปแบบ ทั้งโดยบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของกิจการโดยลำพัง หรืออาจดำเนินการโดยร่วมลงทุนกับบุคคลอื่นเป็นกลุ่มคณะก็ได้ การที่จะตัดสินใจเลือกดำเนินธุรกิจการค้าในรูปแบบใดนั้น ผู้ประกอบการจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบที่สำคัญหลายประการด้วยกัน เช่น ลักษณะของกิจการค้า เงินทุน ความรู้ความสามารถในการดำเนินธุรกิจเป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การประกอบธุรกิจนั้นประสบผลสำเร็จนำมาซึ่งผล ประโยชน์และกำไรสูงสุด

organization

จดทะเบียนบริษัท
จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน(หสม.)
จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล(หสน.)
จดทะเบียนพาณิชย์(ร้านค้า)
จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
จดทะเบียนมูลนิธิ
จดทะเบียนสมาคม
กิจการร่วมค้า
กิจการค้าร่วม
จดจัดตั้งสหกรณ์
รัฐวิสาหกิจชุมชนจดจัดตั้งชุมชน


quick-1บริษัท ควิกแอคเคาท์ติ้ง จำกัด เป็นผู้ให้บริการรับจดทะเบียนบริษัทและบริการงานด้านบัญชีเพียงแต่ลูกค้ามีแผนงานที่จะก่อตั้งธุรกิจหรือมีธุรกิจอยู่แล้ว เราเริ่มตั้งแต่ให้คำปรึกษา จองชื่อนิติบุคคล จัดเตรียมแบบ ไปจดทะเบียน ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ขึ้นทะเบียนประกันสังคม จดทะเบียนบริษัทต่างด้าว ตลอดจนการขอใบประกอบธุรกิจเฉพาะต่างๆ

 

 

การจดทะเบียนพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499

1. ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์
1.1 บุคคลธรรมดาคนเดียว (กิจการเจ้าของคนเดียว)
1.2 ห้างหุ้นส่วนสามัญ
1.3 นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่มาตั้งสำนักงานสาขาในประเทศไทย
1.4 ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด
1.5 บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด

โดยบุคคลตาม 1.1-1.5 ต้องประกอบกิจการค้าซึ่งเป็นพาณิชยกิจตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กำหนดตาม 2

 

2. กิจการค้าที่เป็นพาณิชยกิจที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์

2.1 บุคคลธรรมดา (กิจการเจ้าของคนเดียว) ห้างหุ้นส่วนสามัญ และนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่มาตั้งสำนักงานสาขาในประเทศไทย ตาม 1.1-1.3 ซึ่งประกอบกิจการดังต่อไปนี้ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
(1) ผู้ประกอบกิจการโรงสีข้าวและโรงเลื่อยที่ใช้เครื่องจักร
(2) ผู้ประกอบกิจการขายสินค้าไม่ว่าอย่างใดๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่าง คิดรวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งขายได้เป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป หรือมีสินค้าดังกล่าวไว้เพื่อขายมีค่ารวมทั้งสิ้นเป็นเงินตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป
(3) นายหน้าหรือตัวแทนค้าต่างซึ่งทำการเกี่ยวกับสินค้าไม่ว่าอย่างใด ๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ตาม และสินค้านั้นมีค่ารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป
(4) ผู้ประกอบกิจการหัตถกรรมหรืออุตสาหกรรมไม่ว่าอย่างใด ๆ อย่างเดียวหรือหลายอย่างก็ตาม และขายสินค้าที่ผลิตได้ คิดราคารวมทั้งสิ้นในวันหนึ่งวันใดเป็นเงินตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไปหรือในวันหนึ่งวันใดมีสินค้าที่ผลิตได้มีราคารวมทั้งสิ้นตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป
(5) ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางทะเล การขนส่งโดยเรือกลไฟหรือเรือยนต์ประจำทาง การขนส่งโดยรถไฟ การขนส่งโดยรถราง การขนส่งโดยรถยนต์ประจำทาง การขายทอดตลาด การรับซื้อขายที่ดิน การให้กู้ยืมเงิน การรับแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตราต่างประเทศ การซื้อหรือขายตั๋วเงิน การธนาคาร การโพยก๊วน การทำโรงรับ จำนำ และการทำโรงแรม
(6) ขาย ให้เช่า ผลิต หรือรับจ้างผลิต แผ่นซีดี แถบบันทึก วีดีทัศน์ แผ่นวีดีทัศน์ ดีวีดี หรือแผ่นวีดีทัศน์ระบบดิจิทัล เฉพาะที่เกี่ยวกับการบันเทิง
(7) ขายอัญมณี หรือเครื่องประดับซึ่งประดับด้วยอัญมณี
(8) ซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
(9) บริการอินเทอร์เน็ต
(10) ให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
(11) บริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
(12) การให้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้อินเทอร์เน็ต
(13) การให้บริการฟังเพลงและร้องเพลงโดยคาราโอเกะ
(14) การให้บริการเครื่องเล่นเกมส์
(15) การให้บริการตู้เพลง
(16) โรงงานแปรสภาพ แกะสลัก และการหัตถกรรมจากงาช้าง การค้าปลีก การค้าส่งงาช้างและผลิตภัณฑ์จากงาช้าง

2.2 ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด ตาม 1.4-1.5 ซึ่งประกอบกิจการดังต่อไปนี้ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
(1) ขาย ให้เช่า ผลิต หรือรับจ้างผลิต แผ่นซีดี แถบบันทึก วีดีทัศน์ แผ่นวีดีทัศน์ ดีวีดี หรือแผ่นวีดีทัศน์ระบบดิจิทัล เฉพาะที่เกี่ยวกับการบันเทิง
(2) ขายอัญมณี หรือเครื่องประดับซึ่งประดับด้วยอัญมณี
(3) ซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครื่องข่ายอินเทอร์เน็ต
(4) บริการอินเทอร์เน็ต
(5) ให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
(6)บริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
(7) การให้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้อินเทอร์เน็ต
(8) การให้บริการฟังเพลงและร้องเพลงโดยคาราโอเกะ
(9) การให้บริการเครื่องเล่นเกมส์
(10) การให้บริการตู้เพลง
(11) โรงงานแปรสภาพ แกะสลัก และการทำหัตถกรรมจากงาช้าง การค้าปลีกการค้าส่งงาช้าง และผลิตภัณฑ์จากงาช้าง

***กรณีที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจเป็นคนต่างด้าว หรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่มาตั้งสำนักงานสาขาในประเทศไทย จะต้องตรวจสอบดูด้วยว่ากิจการค้าที่ดำเนินการนั้นต้องได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 หรือไม่ หากเป็นกิจการค้าที่ต้องได้รับอนุญาต ผู้ประกอบพาณิชยกิจจะต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าก่อนยื่นจดทะเบียนพาณิชย์***

 

3. พาณิชยกิจที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ได้แก่
3.1 การค้าเร่ การค้าแผงลอย
3.2 พาณิชยกิจเพื่อการบำรุงศาสนาหรือเพื่อการกุศล
3.3 พาณิชยกิจของนิติบุคคลซึ่งได้มีพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น
3.4 พาณิชยกิจของกระทรวง ทบวง กรม
3.5 พาณิชยกิจของมูลนิธิ สมาคม สหกรณ์
3.6 พาณิชยกิจของกลุ่มเกษตรกรที่ได้จดทะเบียนตาม ปว.141 ลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2515

 

4. เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนพาณิชย์
รายละเอียดเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ (โปรดคลิก)
*ท่านสามารถ Download แบบพิมพ์ไปใช้ในการจดทะเบียนได้ที่ www.dbd.go.th /ดาวน์แบบฟอร์ม/ทะเบียนพาณิชย์ หรือขอรับแบบพิมพ์ได้ที่
1. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรุงเทพมหานคร
2. สำนักงานเขตทุกเขต
3. เทศบาล
4. องค์การบริหารส่วนตำบล
5. เมืองพัทยา

 

5. สถานที่จดทะเบียน
5.1 ในเขตกรุงเทพมหานคร ยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่ :
(1) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร รับจดทะเบียนพาณิชยกิจของผู้ประกอบพาณิชยกิจ ที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร
(2) ฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตทุกแห่ง รับจดทะเบียนพาณิชยกิจของผู้ประกอบพาณิชยกิจ ที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในท้องที่ของเขตนั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักการคลัง โทร. 0-2224-1916, 0-2225-1945
หรือที่ ฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตทุกแห่ง และที่เว็บไซต์ www.bangkok.go.th/finance
5.2 ในภูมิภาค ยื่นจดทะเบียนได้ที่ : เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเมืองพัทยา รับจดทะเบียนพาณิชย์ของผู้ประกอบพาณิชยกิจที่มีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในท้องที่เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเมืองพัทยาแล้วแต่กรณี
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ส่วนบริหารการจดทะเบียน สำนักข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทร. 0-2547-4446-7 และสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดทุกจังหวัด

 

6. กำหนดระยะเวลาการจดทะเบียนพาณิชย์
6.1 จดทะเบียนพาณิชย์ตั้งใหม่ ต้องจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มประกอบพาณิชยกิจ
6.2 การเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน ต้องจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง ตามรายการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
6.2.1 เปลี่ยนชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ
6.2.2 เลิกประกอบพาณิชยกิจบางส่วน หรือเพิ่มใหม่
6.2.3 เพิ่มหรือลดเงินทุน
6.2.4 ย้ายสำนักงานใหญ่
6.2.5 เปลี่ยนผู้จัดการ
6.2.6 เจ้าของหรือผู้จัดการเปลี่ยนที่อยู่
6.2.7 ย้าย เลิก หรือเพิ่มสาขา โรงเก็บสินค้า หรือตัวแทนค้าต่าง
6.2.8 แก้ไขเพิ่มเติมผู้เป็นหุ้นส่วน (หุ้นส่วนเข้า/ออก) เงินลงหุ้น จำนวนเงินลงทุนของห้าง
6.2.9 จำนวนเงินทุน จำนวนหุ้น และมูลค่าหุ้นของบริษัทจำกัด จำนวนและมูลค่าหุ้นที่บุคคลแต่ละสัญชาติถืออยู่
6.2.10 รายการอื่นๆ เช่น แก้ไขชื่อเว็บไซต์ ชื่ออักษรโรมัน ฯลฯ
6.3 เลิกประกอบพาณิชยกิจ ต้องจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่เลิกประกอบพาณิชยกิจ
6.4 ใบทะเบียนพาณิชย์สูญหายต้องยื่นขอใบแทนภายใน 30 วันนับแต่วันสูญหาย

 

7. หน้าที่ของผู้ประกอบพาณิชยกิจ

จดทะเบียนบริษัท

7.1 ต้องขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามแต่กรณี
7.2 ต้องแสดงใบทะเบียนพาณิชย์หรือใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ ณ สำนักงานในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย
7.3 ต้องจัดให้มีป้ายชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจไว้หน้าสำนักงานแห่งใหญ่และสำนักงานสาขาโดย เปิดเผยภายในเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนพาณิชย์ ป้ายชื่อให้เขียนเป็นอักษรไทย อ่านง่ายและชัดเจน จะมีอักษร ต่างประเทศในป้ายชื่อด้วยก็ได้ และจะต้องตรงกับชื่อที่จดทะเบียนไว้ หากเป็นสำนักงานสาขาจะต้องมีคำว่า “สาขา” ไว้ด้วย
7.4 ต้องยื่นคำขอใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สูญหาย หรือชำรุด
7.5 ต้องไปให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายการจดทะเบียนตามคำสั่งของนายทะเบียน
7.6 ต้องอำนวยความสะดวกแก่นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเข้าทำการตรวจสอบในสำนักงานของผู้ประกอบกิจการ

 

8. บทกำหนดโทษ
8.1 ประกอบพาณิชยกิจโดยไม่จดทะเบียน แสดงรายการเท็จ ไม่ยอมให้ถ้อยคำ ไม่ยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้า ไปตรวจสอบในสำนักงาน มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท กรณีไม่จดทะเบียนอันเป็นความผิด ต่อเนื่อง
ปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ
8.2 ถ้าใบทะเบียนพาณิชย์สูญหายไม่ยื่นคำร้องขอใบรับแทน หรือไม่แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ที่สำนักงาน ที่เห็นได้ง่าย ไม่จัดทำป้ายชื่อ มีความผิดปรับไม่เกิน 200 บาท และถ้าเป็นความผิดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 20 บาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
8.3 ผู้ประกอบพาณิชยกิจซึ่งกระทำการฉ้อโกงประชาชน ปนสินค้าโดยเจตนาทุจริต ปลอมสินค้า หรือกระทำการทุจริตอื่นใดอย่างร้ายแรงในการประกอบกิจการจะถูกถอนใบทะเบียนพาณิชย์ เมื่อถูกสั่งถอนใบทะเบียน พาณิชย์แล้วจะประกอบกิจการต่อไปไม่ได้ เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะสั่งให้รับจดทะเบียนพาณิชย์ใหม่
8.4 ผู้ประกอบพาณิชยกิจที่ถูกสั่งถอนใบทะเบียนพาณิชย์แล้ว ยังฝ่าฝืนประกอบพาณิชยกิจต่อไป มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือทั้งปรับทั้งจำ

9. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนพาณิชย์

รับทำบัญชี

การขอดำเนินการตาม พ.ร.บ. ทะเบียนพาณิชย์ฯ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมตามประเภทของการดำเนินการดังต่อไปนี้
9.1 จดทะเบียนพาณิชย์ตั้งใหม่ 50 บาท
9.2 จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียน ครั้งละ 20 บาท
9.3 จดทะเบียนเลิกประกอบพาณิชยกิจ 20 บาท
9.4 ขอให้ออกใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ ฉบับละ 30 บาท
9.5 ขอตรวจเอกสารของผู้ประกอบพาณิชยกิจรายหนึ่ง ครั้งละ 20 บาท
9.6 ขอให้เจ้าหน้าที่คัดสำเนาและรับรองสำเนาเอกสารของผู้ประกอบพาณิชยกิจ ฉบับละ 30 บาท (หนึ่งคำขอ คิดเป็น หนึ่งฉบับ)

 

***ข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

 

Byadmin

สร้างธุรกิจใหม่

สร้างธุรกิจใหม่

ธุรกิจที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ เป็นวิธีการที่ผู้ประกอบการนิยมดำเนินการมากที่สุด เพราะสามารถมีอิสระในการเลือก องค์ประกอบของธุรกิจให้เป็นไปตามแนวคิดของตนเองได้ แต่การก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่จะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ดังนั้นเราควรมีวิธีดำเนินการที่ถูกต้องและรอบคอบก็จะ ช่วยลดความเสี่ยงนั้นลงได้ดังต่อไปนี้

      1. ต้องแน่ใจว่าสินค้าและบริการที่จะนำเสนอแก่ลูกค้าสามารถตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าเป้าหมายได้จริง และขนาดของตลาดใหญ่พอที่จะลงทุนแล้วมีกำไรอยู่รอดได้

      2. อัตรากำไรจากการดำเนินงานมีมากพอสมควรแก่การลงทุน

      3. ธุรกิจที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่จะต้องมีความได้เปรียบเชิงแข่งขัน ( Competitive Advantage)เหนือกว่าคู่แข่งที่มีอยู่แล้ว

      4. การบริหารงานแบบเป็นทีม ซึ่งแต่ละคนในทีมมีความสามารถเฉพาะด้านมากพอที่จะจัดการกิจการอย่างถูกต้อง ตามหลักการ เช่นจัดตั้งแบบห้างหุ้นส่วน หรือ บริษัทจำกัด ที่มีผู้บริหาร หลายคนแต่ละคนดูแลเฉพาะด้าน

      5. ผู้บริหารธุรกิจที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ควรเป็นผู้มีประสบการณ์ในสิ่งที่ต้องทำ บ้าง หรืออาจเป็นผู้ที่เคยก่อตั้งธุรกิจอื่นมาก่อนหน้านี้

      6. มีเงินทุนดำเนินงานที่พอเพียง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมากมาย

      7. ลักษณะของการดำเนินงานเป็นแบบพึ่งพาอาศัยกับธุรกิจอื่น หรือเป็นพันธมิตรซึ่งกันและกันที่จะสามารถร่วมมือกันผลิตสินค้าและบริการ แล้วขยายตลาด ให้กว้างไกลกว่าท้องถิ่นเดิม จนอาจกลายเป็นธุรกิจข้ามชาติก็ได้ในระยะยาว

      8. ธุรกิจกับผู้ประกอบการ มีความเหมาะสมลงตัวกันพอดี

 

How+to+Start+and+Keep+a+Limited+Partnership

 

ขั้นตอนการเริ่มต้นการประกอบการการก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาใหม่

      1. ทำการวิเคราะห์ตลาด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำเป็นอันดับแรก ถ้าไม่มีความต้องการของตลาดก็ไม่มีหนทางสำหรับความสำเร็จ การวิเคราะห์ตลาดเพื่อทราบถึงความต้องการของ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการทางสถิติที่เสียค่าใช้จ่ายสูง อาจทำได้อย่าง ๆ แต่ผลลัพธ์ต้องเชื่อถือได้เพื่อให้แน่ใจว่าสมควร แก่การลงทุนเปิดกิจการอย่างแท้จริง คุ้มค่ากับการลงทุน และสามารถประกอบกิจการอยู่รอดได้ในระยะยาว

      2. ทำการวิเคราะห์จุดเด่นของการแข่งขัน ธุรกิจใหม่ต้องมีจุดเด่นที่เหนือกว่าธุรกิจที่มีอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นด้าน ราคาขายที่ถูกกว่า หรือคุณภาพที่ดีกว่า หรือการบริการลูกค้าให้พึงพอใจ ได้มากกว่า โดยที่จุดเด่นนั้นต้องชัดเจนและมีคุณค่าสำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

      3. คำนวณต้นทุนการก่อตั้งและแสวงหาเงินทุนมาใช้ดำเนินการเริ่มต้นธุรกิจ ต้นทุนบางประเภทเกิดขึ้นครั้งเดียว เช่นต้นทุนการซื้อที่ดิน และก่อสร้างสำนักงาน แต่ต้นทุนบางประเภทจะขึ้น เรื่อย ๆเช่นค่าประกันภัย ค่าวัสดุสิ้นเปลืองใช้ไป ต้องมีการเผื่อเงินไว้สำหรับกรณีมีค่าใช้จ่ายบางประการที่คาดไม่ถึง ไม่ได้เตรียมไว้ก่อน หรือกรณีวัสดุเกิดขึ้นราคาซึ่งจะทำให้ต้องใช้เงินมาก กว่างบที่ตั้งไว้ ผู้ประกอบการจึงต้องคำนึงถึงสภาพคล่องของกิจการในระยะเริ่มต้นให้ถี่ถ้วน เนื่องจาก ระยะนั้นรายได้จะต่ำจนไม่สามารถคุ้มทุนได้ เงินสำรองใช้จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากเพราะเป็น เงินทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่ของธุรกิจ

      ค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นก่อตั้งธุรกิจ ได้แก่ ค่าที่ดินและก่อสร้างอาคาร ค่าอุปกรณ์เครื่องมือ และเครื่องจักร ค่าสินค้าคงคลัง ค่าจดทะเบียน และค่า ธรรมเนียมใบอนุญาตตามกฎหมาย ค่าลิขสิทธิ์ ค่าตกแต่งและปรับปรุงสถานที่ เงินมัดจำโทรศัพท์และมิเตอร์ไฟฟ้า ค่าประกันภัย ค่าวัสดุสิ้นเปลืองใช้ไป เงินสำรองจ่ายในกิจการ ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด เข้าด้วยกันแล้ว ควรตั้งยอดสำรองไว้ 10 % เผื่อไว้ด้วย

      4. เลือกรูปแบบของการก่อตั้งทางกฎหมายที่เหมาะสมจะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือ ไม่ ในรูปแบบธุรกิจเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด

      5. เลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม ถ้าเป็นธุรกิจที่ลูกค้าจะเข้ามาติดต่อเอง เรื่องของทำเลที่ตั้งจะสำคัญมากเพราะต้องสะดวกแก่การไปมาหาสู่ ถ้าเป็น ธุรกิจที่ใช้วิธีออกไปติดต่อลูกค้าเป็น ส่วนใหญ่ ทำเลที่ตั้งจะลดความสำคัญลงและปัจจุบันมีการสื่อสารโทรคมนาคมที่ก้าวหน้าให้ เลือกใช้ได้หลายทาง เช่น การขายโดยใช้ พาณิชย์อิเลคทรอนิคส์ที่ไม่ต้องมีหน้าร้านแสดงสินค้า

      6.วางแผนการตลาดให้ลูกค้ารู้จักธุรกิจที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่นี้อย่างรวด เร็ว โดยบอกรายละเอียดสินค้าและบริการ ราคา สถานที่วางจำหน่าย ด้วยการ โฆษณาหรือประชาสัมพันธ์อันจะมีรายละเอียดในบทที่ว่าด้วยการจัดการด้านการ ตลาดจึงมีความไม่แน่นอน มากกว่า โลกแห่งความฝัน เราจึงต้องมีการวางแผนกันต่อไป

Byadmin

4 วิธี พาธุรกิจสู่ มหานครแห่งความสำเร็จ

ความสำเร็จเป็นสิ่งสำคัญที่บรรดานักธุรกิจหน้าใหม่ต่างไขว่คว้า สำหรับยุคปัจจุบัน การสร้างธุรกิจใหม่ให้เจริญเติบโตและประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไป

…มาดูขั้นตอนหลักๆ ที่เจ้าของกิจการควรทำกันครับ

1. วางแผนธุรกิจ

เจ้าของกิจการหลายคนบอกว่าตัวเองไม่มีความรู้ในการวางแผนการบริหารธุรกิจเลย จะทำได้อย่างไร?

- คุณ เพียงรู้จุดเด่น-จุดด้อยของธุรกิจ เพื่อนำไปพัฒนาต่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ เพราะแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะตอบได้ว่าความแตกต่างที่คู่แข่งไม่มีทาง เหมือนเขาแน่นอนคืออะไร! และพวกเขาจะไม่นิ่งเฉยหากรู้ว่ากำลังด้อยคู่แข่งในเรื่องใดอยู่ เช่น คู่ชกอุตสาหกรรมไอที ระหว่าง “แอปเปิ้ล กับ ซัมซุง” 2 แบรนด์นี้ทำให้เห็นการแข่งขันในข้อเด่น-ด้อยได้อย่างชัดเจน
- ควรรู้ว่าจะทำอย่างไรให้มีคนรู้จักแบรนด์ของคุณ ข้อนี้อาจจะต้องพูดในเรื่อง การทำการตลาด เจ้าของธุรกิจต้องมีแผนในการโปรโมท ว่าจะ โฆษณาในรูปแบบอะไร? ในช่องทางไหน? ซึ่งในปัจจุบันการโฆษณาออนไลน์เป็นสิ่งที่คนทำธุรกิจควรให้ความสำคัญ เช่น กาแฟเนเจอร์กิฟ สร้าง Viral Clip แบบฮาๆ บน Youtube และ Facebook ด้วยการพลิกผู้ชายธรรมดาๆ ให้เป็น บอยแบนด์ ด้วยเพลง “ฉันหล่อไป” เพื่อสื่อว่าเป็นผู้ชายธรรมดา แค่ดื่มกาแฟเนเจอร์กิฟ ก็หุ่นดีมีเสน่ห์ได้
- จากข้อที่ผ่านมา ธุรกิจจะต้องรู้จัก พบปะกับสื่อกลาง ที่จะสามารถกระจายสินค้า/บริการสู่ผู้บริโภคได้ เช่น ร้านค้า หรือถ้าเป็นช่องทางออนไลน์ ก็เป็นเว็บไซต์ไหน
- มองภาพรวมไปยังอนาคตที่ดีกว่า เพราะเมื่อมีการวางแผนการดำเนินงานแล้ว คุณควรประเมินว่าจะสามารถไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ไหม

2. 
วิเคราะห์ลูกค้า

การเก็บข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมาย จะทำให้ธุรกิจสามารถสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงตามความต้องการได้ดีที่สุด จริงหรือไม่?

- คุณ ต้องสังเกตุและรับรู้ให้ได้ ว่าตลาดมีความต้องการอะไร ... การสังเกตุ และเก็บข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการคิดจะทำธุรกิจ จับกระแสในปัจจุบันว่าเป็นแบบไหน เช่น ช่วงหน้าฝนปีนี้..กลุ่มเป้าหมายที 1 คนต้องการร่ม / กลุ่มเป้าหมายที่ 2 แฟนคลับดาราที่ดังมากตอนนี้ สินค้าอะไรที่มีรูปดาราคนนี้ จะซื้อหมด ดังนั้นจึงมีธุรกิจที่ผลิตร่มลายดารา

แต่ไม่ใช่ว่า พอทำสินค้าแบบที่ตลาดต้องการออกมาแล้ว สินค้าจะขายได้ ยังไงก็ไม่เจ๊ง ซึ่งไม่ใช่เลย!! ”

- ทุกคนต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ ต้องตรวจสอบว่าลูกค้ามีความคิดเห็นอย่างไรกับสินค้าคุณดี เช่น ทำข้อมูลสอบถาม
- ยอมรับคำวิจารณ์ และรองรับความผิดพลาดได้ หากมีข้อตำหนิมา ต้องรีบปรับปรุงแก้ไข
- สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า การสอบถามบ่อยๆ และปรับปรุงแก้ไขตามความต้องการ ลูกค้าจะเห็นถึงการใส่ใจ ทำให้รู้สึกเชื่อในสินค้ามากขึ้น

**ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ อย่าเพิ่งมุ่งไปยังแผนที่วางไว้ตอนแรก เพราะบางทีผลการวิเคราะห์ตลาดจากกลุ่มเป้าหมาย อาจทำให้คุณต้องสร้างหรือปรับแผนดำเนินงานใหม่ เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีที่สุด**

3. แสวงหาโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ

บันไดขั้นต่อไป ที่จะทำให้ได้ก้าวไปยืนอยู่ท่ามกลางมหานครความสำเร็จได้นั้น ไม่ได้วิ่งมารอคุณเอง!! คุณต้องไขว่คว้าที่จะได้ก้าวบันไดด้วยตัวเองให้ได้!!

- กล้าตัดสินใจ
ธุรกิจเกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่เป็นประเภทเดียวกับคุณ และแตกต่างจากธุรกิจคุณ จึงทำให้การแข่งขันสูง ดังนั้นการตัดสินใจเป็นเรื่องสำคัญมาก คุณต้องกล้าตัดสินใจ เพราะในหลายครั้ง ถ้าลังเลเกิดตัดสินใจช้า อาจทำให้คุณเสียโอกาสที่จะประสบความสำเร็จไปในพริบตา
- รู้จักประยุกต์
อย่าเพิ่งคิดว่าธุรกิจประเภทอื่น ไม่ใช่คู่แข่ง การเอาความต้องการตลาดมาต่อยอด เป็นเรื่องสำคัญในความก้าวหน้า เพราะถ้าวันนี้ คุณบอกว่าคุณประสบความสำเร็จกับสินค้าตัวนี้แล้ว ทุกคนอยากได้ ทุกคนซื้อ... แต่ในอนาคต ความอยากของคน สามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ดังนั้นควรรู้จักประยุกต์ให้เกิดสิ่งใหม่ในธุรกิจตลอด เพื่อรองรับความต้องการใหม่ๆของลูกค้า

4. สร้างให้บุคลากร “รัก” และ “เข้าใจ” ในองค์กร

พนักงาน เป็นเสมือนด่านแรกๆ ที่จะสร้างความประทับใจให้ลูกค้า การปลูกฝัง และให้ความสำคัญกับทีมงานจำเป็นมากกับเจ้าของกิจการ...
ถ้าคุณอยากให้พนักงานมอบความจริงใจกับลูกค้า ก็ต้องจริงใจกับเพื่อนร่วมทีมในองค์กรเช่นกัน ดังนั้นการรักและเข้าใจเกิดจากบุคลากรซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรจะเป็นผู้ สร้างจิตสำนึกรักองค์กรขึ้นด้วยตัวเอง เมื่อพนักงานรู้สึกดีกับองค์กรแล้ว จะสามารถทำให้ลูกค้ามองเห็นภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร และรู้สึกประทับใจ การปลูกฝัง และให้ความสำคัญกับทีมงานเป็นสิ่งที่จำเป็นมากกับเจ้าของกิจการ

ทั้ง 4 หัวข้อหลักๆ เป็นสิ่งสำคัญในการพาธุรกิจสู่เมืองที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยความสำเร็จที่นักธุรกิจควรทำ ... อย่าท้อนะครับ  (( ถ้าคุณมองว่ายาก มันก็จะยาก และคุณก็จะยังไม่เริ่มทำ )) การ เห็นธุรกิจมากมายที่อยู่ในมหานครที่ประสบความสำเร็จแล้วอยู่ไกลๆ จงถามตัวเองว่า อยากก้าวไปให้ถึงที่แห่งนั้นไหม? ถ้าคำตอบคือใช่... เริ่มเลย!!ปรึกษาเรื่องการทำการตลาดออนไลน์แบบครบกับเราได้ฟรี โทร 02-934-3402 หรือ กรอกข้อมูลที่ช่อง ปรึกษาทีมงาน ด้านล่าง แล้วผู้เชี่ยวชาญจะติดต่อไปหาคุณครับ เราพร้อมที่จะช่วยธุรกิจคุณ

Byadmin

4 สิ่ง วางแผนธุรกิจในอีก 10 ปีข้างหน้า

ถ้าถามถึงว่าในอีก 10 ปี ข้างหน้า สภาวะเศรษฐกิจของไทยจะเป็นอย่างไร จะดีขึ้นหรือแย่ลง มันเป็นสิ่งที่บอกไม่ได้เลยเพราะมันเป็นเรื่องของอนาคต เจ้าของธุรกิจหลายท่านคงจะคิดว่า
เอาตอนนี้ให้รอดให้ดีกว่าไหม” ก่อนที่จะไปนึกถึงอนาคต คำพูดนี้จริงอยู่ ว่ามันเป็นเรื่องของอนาคตแต่คงจะดีกว่าถ้าคุณวางแผนให้กับธุรกิจคุณไว้ล่วงหน้า 10 ปี

ซึ่งจริงๆแล้ว  4 สิ่ง ที่เรากำลังจะ พูดต่อไปนี้ ก็เป็นสิ่งที่ทุกธุรกิจควรจะใส่ใจ หรือหันมาใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจังสักทีเพราะถ้าเริ่มทำตั้งแต่ตอน นี้ ปัญหาที่คาดว่าอีก 10 ปี จะเกิดก็อาจไม่เกิดเลยก็ได้

1. ต้องเข้าใจธุรกิจตัวเอง

               เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักจะบอกตัวเองว่า  ฉันเป็นเจ้าของ ดังนั้นฉันจะรู้ดีที่สุด ว่าธุรกิจฉันเป็นอย่างไร ต้องทำความเข้าใจกันสะใหม่นะครับว่า ความเข้าใจไม่ใช่แค่รู้ว่าธุรกิจทำอะไร ขายอะไร มีบริการอะไร แต่ต้องรู้ลึกเข้าไปอีกถึงจุดแข็ง จุดด้อย จุดดี จุดเด่น ของธุรกิจและสินค้าหรือบริการของตนเอง กลุ่มเป้าหมายของเราคือใคร ธุรกิจอย่างเราเหมาะกับอะไร หรือไม่เหมาะกับอะไร ถ้าคำถามเบื้องต้นเหล่านี้ยังไม่สามารถตอบได้ ธุรกิจคุณนั้นถึงขั้นวิกฤตแล้ว คุณต้องกลับไปทำความเข้าใจกับธุรกิจของคุณ เพราะการรู้จักธุรกิจของตัวเอง เวลามีปัญหาอะไรก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากที่สุด

2. 
อย่ามัวแต่หาลูกค้าใหม่ รักษาลูกค้าเก่าด้วย

               ถามว่าการรักษาลูกค้าเก่าถือเป็นการวางแผนล่วงหน้า 10 ปีอย่างไร สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจคืออะไร?? คำตอบที่ได้เลยคือ ลูกค้า!! ใช่เลยยลูกค้า ถ้าไม่มีลูกค้าก็จะไม่มีร้านค้าเกิดขึ้นใหม่มากมายแบบนี้  แต่การหาลูกค้าไม่ใช่เรื่องยาก การรักษาลูกค้าเก่าไว้ได้ต่างหาก คือสิ่งทีทำยากกว่า  เหมือนกับประโยคที่ว่า การได้แชมป์ไม่ใช่ที่ยาก การรักษาแชมป์เป็นสิ่งที่ยากกว่า ถ้าสมมุติว่า ต่อไปข้างหน้าอีก 10 ปี มีสินค้าที่ออกมาเหมือนกับของเราทุกอย่างเลย คุณก็ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าสินค้าร้านใหม่นั้นจะแยกลูกค้าไปจากคุณ  ถ้ารักษาลูกค้าเก่าไว้ได้อย่างดีก็ไม่ต้องกลัวว่าลูกค้าจะลดน้อยลงไป

3. เตรียมแผนไว้หลายๆแผน

               คนเป็นเจ้าของธุรกิจที่ดีต้องรู้จักมองการไกล ต้องมองผลในระยะยาว ต้องทำตัวเหมือนเป็นนักพยากรณ์ผู้หยั่งรู้อนาคตได้ ลองคำนวณดูซิว่า ต่อไปอีก5 ปี ธุรกิจเราจะเป็นอย่างไร อีก10 ปีธุรกิจเราจะไปยืนอยู่ตรงจุดไหน และคิดเผื่อไว้เลยจะต้องเจอกับปัญหาอะไรบ้าง เมื่อเรามองเห็นภาพกว้างๆของธุรกิจในอนาคตแล้ว ทีนี้ถึงขั้นตอนที่เราต้องหาทางออกว่า ถ้าเราเจอปัญหาหรือวิกฤตแบบนี้ ธุรกิจจะวิ่งไปทางไหนดี ถ้าจะแบบนี้จำทำยังไงต่อดี เหมือนการทำแผนสำรองเอาไว้ ขนาดเล่นกีฬายังมีตัวสำรองเลย แล้วทำไมการทำธุรกิจถึงจะไม่มีแผนสำรองละ เกิดวันดีคืนดี เจอปัญหาแบบที่คิดไว้เข้า อาจจะไม่ต้องรอถึง 5 ปีก็ได้นะ แต่เรามีแผนรับมือได้ก็ไม่ต้องก่วงว่าจะผ่านปัญหานั้นไปไม่ได้

4. 
พยายามคิดหาสิ่งใหม่ๆเสมอ

               โลกของธุรกิจมันมีเทรนด์ของมันตลอด ทำไมรถต้องมีรุ่นใหม่ ทำไมมือถือถึงออกรุ่นใหม่ มีฟีเจอร์ใหม่มาตลอด ก็เพราะว่าโลกมันหมุนเร็วขึ้น ของทุกอย่างพึ่งวางขายอีกไม่กี่เดือนก็กลายเป็นของนอกกระแสไปเสียแล้ว ดังนั้นถ้าจะคิดวางแผนในอีก 10 ปีข้างหน้าจริงๆ การกำหนดสินค้าตัวใหม่หรือการทำโปรโมชั่นใหม่ๆ คิดไว้อย่างหรือสองอย่างคงจะไม่พอ ข้อนี้อยากให้เจ้าของธุรกิจคิดไว้ตลอด ว่าเราจะปรับเปลี่ยนสินค้าหรือบริการของเราให้ทันยุคทันสมัยได้อย่างไรบ้าง แต่ที่สำคัญก็อย่าละเลยสินค้าที่มีอยู่แล้ว และอย่าลืมจุดแข็งของธุรกิจว่าเราเกิดมีรายได้ได้จากธุรกิจตัวไหน วินค้าแบบไหน อย่ามัวแต่นั่งดูว่าเทรนด์นี้กำลังมาต้องรีบจับไว้ ทำได้แต่อย่าละเลยของเก่าที่ดีอยู่แล้ว

การวางแผนให้ธุรกิจในอีก 10 ปีข้างหน้าอาจจะฟังดูแล้วเป็นเรื่องที่ยาวไกล แต่พอเอาเข้าจริงๆแต่ละปีแป๊บๆก็ผ่านไปแล้ว ไม่มีประโยชน์ถ้าเราจะมัวแต่มานั่งคิดว่ามันอีกนานยังไม่ถึงเวลาหรอก คุณรู้ได้อย่างไรว่าคู่แข่งทางการตลาดเดียวกับคุณไม่ได้ทำวางแผนในอีก 10 ปี หรือ 15 ปีข้างหน้า การวางแผนถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้นำมาใช้จริงหรือนำมาได้ไม่ตรงตามที่วางไว้ อย่างน้อยเราก็มีแผนในมือ เกิดมีปัญหาก็ไม่ต้องมาปวดหัวอีก

ส่วนใครที่ยังไม่เริ่มทำ แต่มีแผนไว้อยู่แล้วก็เริ่มเลยนะครับความสำเร็จต้องรอให้ใครมามอบให้ อยู่ที่เราเอง ถ้าเราสร้างเองความสำเร็จก็เกิดขึ้นกับตัวคุณเองครับ

ข้อมูลอ้างอิง: incquity.com